Airbrush มีกี่ประเภทกันนะ?

Airbrush มีกี่ประเภทกันนะ?

airbrush ประเภท

Airbrush เป็นอุปกรณ์พ่นสีที่มีความละเอียดสูง สามารถใช้ในงานหลากหลายประเภท เช่น เพ้นท์โมเดล รถยนต์ กราฟฟิตี้ เฟอร์นิเจอร์ กระเป๋าหนังรองเท้าหนัง แต่งหน้า หรือแม้แต่ในงานเบเกอรี่

ลักษณะจังหวะ Air Brush

Airbrush มี 2 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะจังหวะการจ่ายสี ได้แก่

  1. แบบจังหวะเดียว (Single Action) เมื่อกดไกปืน ลมและสีจะออกมาพร้อมกัน ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักมือได้ ต้องปรับเกลียวก่อนพ่นเท่านั้น


  2. แบบสองจังหวะ (Dual Action) เมื่อกดไกปืนครั้งแรก ลมจะออกมา จากนั้นกดไกปืนอีกครั้ง สีจะออกมา สามารถควบคุมน้ำหนักมือได้ ทำให้สีออกมาตามที่ใจเราต้องการขณะที่พ่นสีอยู่


ลักษณะกรวยสี Air Brush

Airbrush มี 3 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะกรวยสี ได้แก่

  1. กรวยบน (Gravity Feed) เป็นที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับงานทั่วไป ให้เส้นที่คมสวย แต่ปริมาณสีน้อย ไม่สามารถพ่นสีในมุมเงยที่สูงกว่าได้


  2. กรวยล่าง (Bottom Feed) เหมาะกับงานขนาดใหญ่ที่ใช้สีปริมาณมาก สีจะเหลือค้างในขวดมากกว่าอุปกรณ์ชนิดอื่น


  3. กรวยข้าง (Side Feed) ได้ข้อดีของทั้งกรวยบนและกรวยล่าง กลไกซับซ้อน และราคาสูงกว่ากรวยชนิดอื่นๆ


ประโยชน์ของการใช้ Airbrush

  • ใช้พ่นสีได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานโมเดล รถยนต์ กราฟฟิตี้ เฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า รองเท้า การแต่งหน้า หรือเบเกอรี่
  • ประหยัดเวลาและวัสดุ เพราะสามารถพ่นสีได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
  • สามารถควบคุมความหนาแน่นของสีได้ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีรายละเอียดและมิติได้
  • สร้างเอฟเฟกต์ได้หลากหลาย เช่น เส้นบาง เส้นหนา ลายพู่กัน ลายจุด ลายพ่นฝอย ฯลฯ

ข้อควรระวังในการใช้ Airbrush

  • ใช้สีที่มีมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
  • ควรสวมหน้ากากป้องกันขณะใช้งาน เพื่อป้องกันละอองสีเข้าตาหรือสูดดมเข้าไป
  • ทำความสะอาด Airbrush อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันสีอุดตันในหัวฉีด

Airbrush เป็นอุปกรณ์พ่นสีที่มีประโยชน์ สามารถใช้ในงานต่างๆ ได้มากมาย การเรียนรู้วิธีใช้ Airbrush จะช่วยให้เราสามารถสร้างผลงานได้อย่างหลากหลายแน่นอน