.

“เราอยากให้ผู้ใช้ทุกคนเกิดแรงบันดาลใจ
ตอนที่กำลังใช้สินค้าอยู่ด้วย…”

– Peanut butter (The Butter and Scotch) –

.

peanutlogo

ทำความรู้จักกับ The Butter and Scotch กันมากยิ่งขึ้น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ corner ใหม่ของ FAHFAHSWORLD ที่จะพาทุกคนมารู้จักศิลปินคนโปรดให้มากขึ้นในแต่ละเดือน~
แล้วในวันนี้เราขอประเดิมด้วยศิลปินที่มีสินค้าดิจิตัลสุดฮอตฮิต แถมมีเคล็ดลับการจดโน้ต จดแพลนเนอร์มาฝากในเพจและช่องยูทูปอยู่บ่อย ๆ
นั่นก็คือ คุณ Peanut Butter เจ้าของแบรนด์ ‘The Butter and Scotch’ นั่นเอง! 

peanut2

บอกเล่าตัวตนของแบรนด์

จุดเริ่มต้นมาจากการทำ YouTube Channel: Peanut Butter เพราะภายในชาแนลของเรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับการจดโน้ตบน iPad ไม่ว่าจะเป็นการจดสรุปเรียน การจดแพลนเนอร์ และอื่นๆ แล้วเสียงตอบรับของคอนเทนต์การจดตกแต่งแบบนี้ดีมาก ๆ

และเป็นช่วงเดียวกับที่ iPad กำลังได้รับความนิยมในวัยเรียนและวัยทำงาน เราจึงคิดว่าถ้าได้ออกแบบ Digital File ออกมา น่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งาน คนที่รักการจดการตกแต่ง บน iPad ต่าง ๆ เลยตัดสินใจทำสินค้า พัฒนาจนเป็น Digital Product ออกมาในที่สุด

จาก Peanut Butter มาเป็น The Butter and Scotch 

ด้วยความที่เจ้าของแบรนด์มี YouTube Channel ที่สร้างขึ้นชื่อว่า “Peanut Butter” ทำให้อยากหาชื่อแบรนด์ที่คล้าย ๆ กับชาแนลของตัวเอง จะได้จดจำได้ง่ายและเป็นชื่อที่ทุกคนนึกถึงเจ้าของชาแนลได้ด้วย ทำให้มีคำว่า Butter เป็นคำพ่วง และเป็นหนึ่งในคำที่มีความหมายน่ารัก คนจำได้ง่าย เราเลยขยายต่อมาจากชื่อของขนม Butter Scotch และเปลี่ยนมาเป็นชื่อแบรนด์ The Butter and Scotch นั่นเอง 

โทนสีพาสเทลที่มาพร้อมกับความมินิมอล

จุดเด่นของแบรนด์ที่คิดว่าเป็นที่จดจำ
น่าจะเป็นเรื่องของโทนสีและความ Minimal ใช้งานได้ง่าย โทนสีที่เราเลือกใช้ จะเป็นโทนสีพาสเทล ที่มองแล้วทำให้เกิดความสบายตา และสินค้าทุกชิ้นที่ออกแบบ ทางแบรนด์ได้ให้ความสำคัญกับสไตล์การตกแต่งที่มีเอกลักษณ์และแตกต่างกันออกไปของผู้ใช้งานแต่ละคน ทำให้การออกแบบสินค้าจะมีความ Minimal อยู่ในตัวและใช้งานได้ง่าย ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้งานต้องการ และสามารถตกแต่งแบบไหนก็ได้ให้ออกมาในสไตล์ที่ตนเองชอบ โดยมีสินค้าของ The Butter and Scotch เป็นตัวช่วยในการเลือกสีและเลือกของตกแต่งบางส่วนไว้ให้  และยังทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสนุกกับการตกแต่ง สนุกไปกับการเขียนได้อย่างอิสระนั่นเอง

peanutcolor

( พาเลทสีที่บอกความเป็นแบรนด์ )


เริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใช้ สะสมคลังไอเดีย และพัฒนามาเป็นสินค้า

ในด้านกระบวนการทำงาน ทางแบรนด์เริ่มต้นไอเดียด้วยการดูลักษณะการใช้งานของกลุ่มลูกค้า (Insight) ก่อน ว่าอยากได้ Digital File แนวไหน และอยากเอาไปใช้ทำอะไร จดอะไร เมื่อหาข้อมูลตรงนี้ได้แล้วจึงมาตัดสินใจเลือกผลิตสินค้าว่าเป็นชนิดไหน + หา Theme ให้กับสินค้าชิ้นนั้น ๆ 

ในขั้นตอนการออกแบบก็กลับมาดูการใช้งานของลูกค้าอีกครั้ง ว่าต้องการใช้สินค้าเพื่ออะไร เราจึงนำไปพัฒนาและออกแบบให้กลายเป็นสินค้าที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานให้ครอบคลุมมากที่สุด และออกแบบให้อยู่ใน Theme ที่กำหนดไว้แต่แรก 

หลังจากที่กลายเป็นสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ เราจะทำตัวอย่างการจดหรือการตกแต่งให้ลูกค้าเสมอ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจถึงสินค้าและเห็นภาพในการใช้งานมากขึ้น ลูกค้าจะได้มีแรงบันดาลใจในการใช้งานด้วย

ช่วงที่หาไอเดียหรือหา Theme จะใช้เวลานานมาก และเรามองหาอยู่เสมอ ๆ คือไม่ได้กำหนดวันเลยว่าต้องหากี่วัน เพราะเราหาไอเดียไปเรื่อย ๆ ทุกวัน แล้วก็มาเก็บเป็นคลังไอเดียไว้ 

พอถึงช่วงที่ออกสินค้าก็จะมาขมวดไอเดียทั้งหมดให้ได้ประมาณ 2-3 วัน รวมถึงร่างโครงสินค้าคร่าว ๆ ว่ามีกี่หน้า หน้าไหนใช้ทำอะไรบ้าง ใช้ธีมไหน 

ต่อไปก็ใช้เวลาทำสินค้าจริงประมาณ 1 อาทิตย์ รวม Artwork รวมตัวอย่างการจดด้วย ทำให้รวมทั้งหมดตั้งแต่คิดไอเดีย จนวางขายบนเว็บน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

ผลงานที่อยากลอง หรือแพลนที่จะทำในอนาคต

ผลงานที่อยากลองทำในอนาคต คิดว่าเป็น Digital Product ประเภท Bullet Journal / Diary เพราะสินค้าลักษณะนี้มีความท้าทาย ด้วยการใช้งานจริงจะคล้ายกับสมุดเปล่า เป็นโจทย์ที่น่าสนใจมาก ว่าจะทำยังไงให้ Bullet Journal / Diary มีลูกเล่นข้างใน และสามารถดึงดูดผู้ใช้เข้ามาเขียนได้ในทุก ๆ วัน ถ้าทำได้การจดของลูกค้าทุกคนต้องออกมาน่ารักแน่ ๆ เลย ฝากติดตามด้วยนะค้า ♡

peanut03

“ยิ่งชัดเจนในความชอบ
ยิ่งทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์”


   คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ศิลปินสักคนประสบความสำเร็จ

เราว่าความชัดเจนในความชอบเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งตอนนี้สินค้าในปัจจุบันมีเยอะมาก และผู้ผลิต, แบรนด์อื่น ๆ ก็มีเยอะมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าความชอบของเราชัด มีความชัดเจนว่าเราชอบอะไร สิ่งนี้จะทำให้ตอนที่เราทำสินค้า หรือสื่อสารออกไปให้ลูกค้าฟัง มันจะเกิดการจดจำได้ และจะทำให้เรามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วย และถ้าเราพัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าก็จะจำสินค้าเราได้ จำแบรนด์เราได้ และรู้ว่าแบรนด์เรามีเอกลักษณ์ต่างจากคนอื่นยังไง

เคยหมดไฟในการทำงานไหม? แล้วมีวิธีแก้ หรือจุดไฟตัวเองใหม่อย่างไรบ้าง?

ทุกคนเคยหมดไฟในการทำงานแน่นอน รวมถึงตัวเราด้วย วิธีการแก้ของเราคือถ้ารู้สึกหมดไฟ รู้สึกไม่ขยันไม่อยากทำอะไร… ก็ยังไม่ต้องทำอะไรเลย (อาจดูเป็นวิธีแก้ห้วน ๆ นะคะ ><) แต่เราจะปล่อยให้ตัวเองได้อยู่นิ่ง ๆ ได้ไปดูหนัง กินขนมพักผ่อนหย่อนใจ ทำทุกกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดงานหรือต้องคิดเรื่องงาน เมื่อได้แบบนี้แล้วเราจะเกิดความรู้สึกพอใจ รู้สึกได้ใช้เวลาพักผ่อนจนคุ้ม และมีไฟสามารถกลับมาลุยทำงานต่อได้อีกครั้งค่ะ

ฝากผลงาน Peanut Butter
& The Butter and Scotch


สินค้าทุกชิ้นที่ทางแบรนด์ออกแบบนั้น ใส่ความตั้งใจ และแรงบันดาลใจเข้าไปอย่างเต็มที่ นอกจากจะเป็น Digital File สำหรับขีดเขียนแล้ว เราอยากให้ผู้ใช้ทุกคนเกิดแรงบันดาลใจ ตอนที่กำลังใช้สินค้าอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสนุกที่ได้เขียนแพลนเนอร์ สนุกกับการได้วางแผนชีวิต และรู้สึกดีทุกครั้งที่ทำตามสิ่งที่เขียนได้เสร็จทั้งหมด หรือการจดสรุปบน Digital Notebook ที่ช่วยให้จัดระเบียบเนื้อหาให้อ่านง่าย จนอยากกลับมาอ่านซ้ำ ๆ และนั่งตกแต่งเพิ่มอีก ทางแบรนด์รู้ว่าความชอบของผู้ใช้แต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงอยากออกแบบสินค้าให้ผู้ใช้สามารถตกแต่งให้มีความเป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด และสนุกกับการขีดเขียนนะค้า

สามารถติดตามคอนเทนต์การจดโน้ตหรือการตกแต่ง Digital File ได้ทาง

♡ YouTube Channel: Peanut Butter
♡ หรือ IG: peanut.bt ก็ได้นะค้า
♡ พูดคุย สอบถามอัพเดตสินค้าได้ทาง IG: thebutterandscotch

peanut04